บล็อกนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อการเรียนการสอนรายวิชา อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ของ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

mookky

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ กัมพูชา

 ภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ประกอบด้วยที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
   มีทิวเขาล้อมรอบทางเหนือ คือ เทือกเขาพนมดงรักเทือกเขาบรรทัดเทือกเขาอันนัม
กัมพูชา มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือ ตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบและลุ่มแม่น้ำโขงอันกว้างขวาง มีภูเขาล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน ได้แก่
ด้านตะวันออกมีแนวเทือกเขาอันนัมที่เป็นพรมแดนกับประเทศเวียดนาม

ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีแนวเทือกเขาพนมดงรักที่เป็นพรมแดนกับประเทศไทย

ด้านใต้และตะวันตกใต้มีแนวเทือกเขาบรรทัดที่เป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย

เฉพาะด้านตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง



ภูมิอากาศ


โดยทั่วไปคล้ายๆ กับสภาพอากาศในเมืองไทย แต่จะแห้งและร้อนกว่านิดหน่อย อุณหภูมิประมาณ 24-35 C ฤดูฝนจะอยู่ในช่วง พฤษภาคม-ตุลาคม และช่วงหน้าแล้ง หรือหน้าหนาวประมาณ พฤษจิกายน-เมษายน



ระบบเงินตรา


แนะนำว่าควรใช้ USD หรือเงิน Riel ซึ่งเป็นสกุลเงินของกัมพูชา สามารถแลกได้ที่ ธนาคารหรือตามตลาดใหญ่ๆ ธนาคารจะปิดทำการวันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดราชการ



แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ



 ปราสาทตาพรหม

      สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวัดในพุทธศาสนา ซึ่งปราสาทตาพรหม เป็นปราสาทที่สวยงามและมีมนต์ขลังมาก






ปราสาทบายน

   ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม ถือว่าเป็นสุดยอดของปราสาทเขมร





ปราสาทนครวัด

      ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุด ซึ่งสร้างขี้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ชมรูปสลักนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์







ปราสาทบาปวน

   ซึ่งเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ในส่วนของพระราชวัง

แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ เวียดนาม

ภูมิประเทศ


  • มีที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ 2 ตอน คือ ตอนเหนือ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำแดง และตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

  • มีที่ราบสูงตอนเหนือของประเทศ และยังเป็นภูมิภาคที่มี เขาฟาน ซี ปัง (Phan Xi Păng) ซึ่งเป็นภูเขาที่สูง 3,143 เมตร (10,312 ft) ตั้งอยู่ในจังหวัดเล่าไค เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน



  • ภูมิอากาศ


  • เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเปิดโล่งรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้มีโอกาสรับลมมรสุมและพายุหมุนเขตร้อน จึงมีฝนตกชุกในฤดูหนาว สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง (ฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ)

  • เป็นประเทศที่มีความชื้นประมาณ 84 % ตลอดปี มีปริมาณฝน จาก 120 ถึง 300 เซนติเมตร (47 ถึง 118 นิ้ว) และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 5°C (41°F) ถึง 37°C (99°F)



  • เงินตราประเทศเวียดนาม

    ด่อง (อังกฤษ:Dong,เวียดนาม đồng) คือหน่วยเงินของเวียดนามที่ใช้ในประเทศเวียดนาม อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 400-500 ด่องต่อบาท หรือ ประมาณ 16,000 ด่องต่อดอลลาร์สหรัฐ

    รูปแบบที่ใช้ มีทั้งเหรียญและ ธนนบัตร ของเวียดนามโดยมีราคาดังนี้

    • เหรียญ มีราคา 200 ด่อง 500 ด่อง 1,000 ด่อง 2,000 ด่อง และ 5,000 ด่อง
    • ธนบัตร มีราคา 1,000 ด่อง 2,000 ด่อง 5,000 ด่อง 10,000 ด่อง 20,000 ด่อง 50,000 ด่อง 100,000 ด่อง 200,000 ด่อง และ 500,000 ด่อง
    แม้ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต้องใช้เงินด่อง แต่ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป โรงแรมเวียดนาม ร้านอาหารเวียดนาม ร้านขายของที่ระลึก ก็ยังคงรับเงิน ยูเอส เราสามารถแลกเปลียนเงินได้ที่ สนามบินเวียดนาม หรือ ธนาคาร โรงแรม และ ร้านที่ได้รับอนุญาติมให้แลกเงิน ร้านเหล่านี้จะเขียนอักษรสีทอง ว่า "Hieu Vang" หรือ "Hieu Kim Hoan"



     แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ




     
    ฮาลอง

       ฮาลอง

            มีเกาะหินปูน จำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน












     หุ่นกระบอกน้ำ

      หุ่นกระบอกน้ำ

        เป็นการแสดงหุ่นกระบอกของเวียดนาม มีการแสดงเฉพาะที่ฮานอย ในโรงละครริมทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม บนถนนดิงห์เตียมฮว่าง


















     พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์   

    พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ 

          นครโฮจิมินห์ เมืองหลวงของเวียดนามใต้ เมื่อเวียดนามเหนือยึดได้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น โฮจิมินห์ซิตี ตามชื่อผู้นำเวียดมินห์ คือ โฮจิมินห์

    แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ เนปาล

    ภูมิประเทศ ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

    ประเทศเนปาลแบ่งออกเป็น 3 เขตภูมิภาค ได้แก่
    1.เขตเทือกเขาหิมาลัย (Himalayan Region) ประกอบไปด้วย 8 ยอดเขาของโลก (จากทั้งหมด 14 ยอดเขา) ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกิน 8,000 เมตร เช่น ยอดเขาเอเวอเรสต์ซึ่งมีความสูง 8,848 เมตร
    2.เขตภูเขา (Mountain Region) มีพื้นที่ถึง 55 % จากพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ เขตนี้ถูกแบ่งโดยเทือกเขามหาภารตะ (Mahabharat) ซึ่งมีความสูงถึง 4,871 เมตร และในด้านใต้มีเทือกเขาชุเรีย (Churia) ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 610-1,524 เมตร
    3.เขตเตไร (Terai Region) เป็นเขต ที่ราบต่ำซึ่งมีความกว้างประมาณ 26-32 กิโลเมตร



    • สภาพอากาศในประเทศเนปาลแตกต่างไปตามลักษณะภูมิประเทศ ตั้งแต่ลักษณะภูมิอากาศเขตร้อนไปถึงแบบอาร์ติก ซึ่งขึ้นอยู่กับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล
    ประเทศเนปาลมี 4 ฤดู ได้แก่1.ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) มีอากาศที่อบอุ่น แต่ก็อาจจะมีฝนตกประปราย อุณหภูมิสูงสุด 30 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส
    2.ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) มีอากาศที่อบอุ่นถึงร้อนแต่ก็มีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม อุณหภูมิสูงสุด 29 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 19 องศาเซลเซียส
    3.ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) มีอากาศอบอุ่นและเย็นบางเวลา ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะกับการเดินเขาเป็นอย่างยิ่ง อุณหภูมิสูงสุด 28 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส
    4.ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) มีอากาศเย็นจัดตลอดกลางคืนและรุ่งเช้า และมีหมอกหนา ยกเว้นในช่วงที่มีแสงจากดวงอาทิตย์อากาศจะอบอุ่น อุณหภูมิสูงสุด 19 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 2 องศาเซลเซียส



    แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ



    วัดพุทธนาท
     วัดพุทธนาท (Boudhanath)
    เป็นวัดทางพุทธศาสนาสร้างตามศิลปแบบธิเบต เป็นวัดที่มีสถูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนปาล ท่านสามารถเดินขึ้นไปที่ด้านบนได้เพื่อชมวิวโดยรอบ ในระหว่างที่เดินรอบท่านจะเห็นผู้คนชาวธิเบตคอยหมุนระฆังที่ประดับอยู่โดยรอบ และจะพร่ำมนตร์ไปตลอด ซึ่งนับว่าเป็นการปฏิบัติสมาธิ และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในรูปแบบของชาวพุทธธิเบต วัดลามะแบบธิเบตนั้นจะอยู่ที่บริเวณนี้เช่นกัน  



     วัดบาราฮีวัดบาราฮี
    ซึ่งสร้างถวายพระวิษณุ ในปางที่พระองค์อวตาน เป็นหมูป่า เพื่อมาช่วยเหลือชาวโลก ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองโภคราจะมานมัสการทุกเช้าเพื่อขอพร   อิสระให้ท่านจะได้เดินเล่นบนถนนเลียบทะเลสาบที่เป็นย่านร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย 




    เจดีย์สวยมภูนารท (วัดลิง) (Swayambhunath)เจดีย์สวยมภูนารท (วัดลิง) (Swayambhunath)
    เจดีย์ทางพุทธศาสนาอันเลื่องชื่อของเนปาล นับเป็นเจดีย์องค์หนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่องค์เจดีย์จะมีรูปคิ้วและดวงตาอยู่โดยรอบทั้ง 4 ด้าน ซึ่งหมายถึงดวงพระเนตรเห็นธรรมแห่งพระพุทธองค์ เพ่งมองออกไปทั้ง 4 ทิศ โดยความจริงแล้วเจดีย์แห่งนี้ เป็นเจดีย์องค์แรกแห่งการสร้างเมืองเนปาลเลยก็ว่าได้ เริ่มจากการที่พระมัญชุศรีจากทางจีนมหายานได้มาสร้างองค์สถูปครอบดวงไฟดวงนี้ไว้ ดวงไฟนี้เป็นดวงไฟที่เกิดขึ้นเอง เป็นสัญลักษณ์แทนพระอาทิพุทธตามคติวัชระยาน ด้วยเหตุนี้สวยมภู จึงหมายถึงผู้ที่เกิดขึ้นเอง

    แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ ฟิลิปปินส์

    ภูมิประเทศ

        เป็นหมู่เกาะของเทือกเขาหินใหม่ พื้นที่ทุกเกาะมีภูเขาเป็นแกนกลาง มีที่ราบอยู่น้อย เป็นที่ราบแคบ ๆ ที่ราบสำคัญ คือ ที่ราบตอนกลางของเกาะลูซอน เรียกว่า ที่ราบมะนิลา เป็นที่ราบที่ใหญ่ที่สุด

    ภูมิอากาศ


           มรสุมเขตร้อน ได้รับความชุ่มชื้นจากลมมรสุมทั้ง 2 ฤดูได้รับฝนจากลมพายุไต้ฝุ่น และดีเปรสชั่น บริเวณที่ฝนตกมากที่สุด คือ เมืองบาเกียว เป็นเมืองที่ฝนตกมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



    แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ








    ปุนตา เฟโก้

    แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ ภูฎาน

    ภูมิศาสตร์

       ประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบและทุ่งหญ้าระหว่างหุบเขาพื้นที่ต่ำสุดสูงกว่าระดับน้ำทะเล 970 ฟุต พื้นที่สูงสุดอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 17,553 ฟุต 


    ภูมิอากาศ 

         สภาพภูมิอากาศแตกต่างกันไปตามแต่ละภาคและระดับความสูง ในพื้นที่  ตอนบนด้านติดกับเทือกเขาหิมาลัยอากาศจะหนาวเย็นตลอดปี ตอนกลางของประเทศอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว(ตุลาคม-มีนาคม) และค่อนข้าง
    ร้อนในฤดูร้อน(เมษายน-กันยายน) ส่วนทางตอนล่างของประเทศซึ่งเป็นที่ ราบอากาศจะร้อนชื้น


    สกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน 

      งุลตรัม (Ngultrum) 48.336 NU: USD 1


    เล่าสู่กันฟัง

            ภูฏาน ประเทศเล็กๆ เพื่อนบ้านของทิเบตแห่งนี้ เพิ่งเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2517 ปัจจุบันเก็บภาษีท่องเที่ยวถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อวัน และใช้โควตาจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปี ด้วยเหตุผลที่ว่าการไหลบ่าของนักท่องเที่ยวจะทำลายสภาพแวดล้อมของประเทศ ตามเกณฑ์สากลที่ใช้วัดระดับ “ความเจริญ” ภูฏานเป็นหนึ่งใน 40 ประเทศยากจนที่สุดในโลก ทั้งประเทศมีทางหลวงเพียงหนึ่งเส้น ว่ากันว่ารถที่วิ่งในภูฏานนั้นต้องหักเลี้ยวทุกๆ 6 วินาที ในบรรดาประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัยทั้งหมด ภูฏานเป็นประเทศเดียวที่ยังรักษาอธิปไตยของตัวเองเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและเด็ดเดี่ยว ดังนั้น ใครที่อยากสัมผัสวัฒนธรรม และความเป็นอยู่แถบหิมาลัยของแท้ดั้งเดิม ภูฏานเป็นจุดหมายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
           นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนภูฏานเพื่อแสวงหาธรรมชาติบริสุทธิ์หรือพิชิตยอดหิมาลัย ย่อมต้องสังเกตเห็นอิทธิพลของศาสนาและวัฒนธรรม ที่แยกไม่ออกจากวิถีชีวิตชาวภูฏาน เพราะธรรมชาตินั้นอยู่ท่ามกลาง และแวดล้อมหมู่บ้าน วัดวาอาราม ธงภาวนา และกงล้อภาวนาจำนวนนับไม่ถ้วน เช่นกัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมอันแปลกตาและแปร่งหูที่มีพุทธวัชรยานเป็นองค์ประกอบสำคัญ ย่อมต้องสังเกตเห็นธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ระหว่างทางไปวัดต่างๆ ซึ่งบางวัดอยู่บนยอดเขาที่ต้องใช้เวลาและความอุตสาหะมากกว่าเส้นทางปีนเขาบางเส้น คนภูฏานที่เห็นส่วนใหญ่มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เคยเจอเด็กภูฏานคนไหนที่โบกมือให้แล้วไม่โบกตอบ พร้อมแถมรอยยิ้มไล่หลังรถให้เราถ่ายรูปมือเป็นระวิงทุกครั้ง
              ภูฏานไม่ได้เป็นสมบัติของชาวภูฏานเท่านั้น แต่เป็นสมบัติของคนทั้งโลก เพราะภูฏานอาจเป็นอารยธรรมแห่งสุดท้าย ที่ทำให้คำขวัญของขบวนการต่อต้านความไม่เป็นธรรมของวิธีการที่ประเทศมหาอำนาจใช้รณรงค์โลกาภิวัตน์ ดูไม่ไกลเกินเอื้อม


     แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ




    วัดคิชู (Kyichu  Lhakhang) 
           วัดคิชูเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภูฏาน มีตำนานเล่าว่ามีการสร้างวัดขึ้นพร้อมกัน 108 วัด เพื่อสะกดจุดนางมารร้ายเอาไว้ ซึ่งวัดคิชูตั้งอยู่บริเวณข้อเท้าซ้ายของนางมาร



    Memorial Chorten 

             Memorial Chorten หรือมหาสถูปที่พระเจ้า จิกมี ดอร์จี วังชุก ซึ่งเป็นพระ ชนก ของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า จิกมี ซิงเย วังชุก) พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองพูตาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952 - 1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดา แห่งพูตานยุคใหม่” (King of Merdernization)
    มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็น พุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสียชีวิตลง เสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ





    ดรุกเยลซอง (Drukgyel Dzong) 
               ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่ควบคุมเส้นทางสู่ทิเบต ซองนี้สร้างขึ้นในปี 1644 เพื่อเป็นที่ระลึกในชัยชนะเหนือทิเบต     ท่านจะได้ชมเส้นทางลับที่จะหลบหนีออกจากซอง เมื่อชาวทิเบตบุกเข้ามาล้อมซองไว้ และเส้นทางที่ทหารลงไปเอาน้ำมาใช้ในซอง  นอกจากนั้นจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาที่เป็นช่องทางผ่านเข้าไปสู่ทิเบตอีกด้วย

    แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ มาเก๊า

       
     “มาเก๊า” มีที่มาจาก “อาม่า” องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้ศักดิ์สิทธิ์ …….ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า “อาม่า” มีพระนามเดิมว่า “หลิงม่า” หญิงสาวชาวฟูเจี้ยนที่วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว หรือ “เอ้าเหมิน” ตามชื่อในภาษาจีน จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ที่ยอมให้หลิงม่า โดยสารมาด้วย ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเล เกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง แต่ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมา เข้าถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่หลิงม่า ก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่ง เธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเธอ คือ องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า “อ่าวของ อาม่า” หรือ “อา-หม่า-เกา” ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น “มาเก๊า” ในปัจจุบัน


    ที่ตั้งและอาณาเขต


           มาเก๊าตั้งอยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำเพิร์ล ทิศเหนือติดกับเมือง จูไห่ของมณฑลกวางตุ้ง มาเก๊าประกอบด้วยดินแดน 4 ส่วน คือ คาบสมุทรมาเก๊า, เกาะไทปา, เกาะโคโลอาน และพื้นที่ถมทะเลขึ้นมาใหม่ เรียกว่า โคไท ซึ่งจะเชื่อมต่อเกาะไทปาและเกาะโคโลอาน เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน ด้วยมาเก๊าเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 27.3 ตร.กม. (คาบสมุทรมาเก๊า 8.7 ตร.กม., ไทปา 6.3 ตร.กม., โคโลอาน 7.6 ตร.กม. และโคไท 4.7 ตร.กม.) ระหว่างมาเก๊าและไทปา เชื่อมถึงกันด้วย สะพาน 2 สะพาน คือ สะพานมาเก๊า-ไทปา ระยะทาง 2.5 ก.ม. และสะพานมิตรภาพ ระยะทาง 4.5 ก.ม. ซึ่งใช้เดินทางเข้าไปยังสนามบินมาเก๊าได้


    ภูมิอากาศ



         มาเก๊า มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20 องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์) มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 75%-90% โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้

    1. ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.-ธ.ค.) ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว

    2. ฤดูหนาว (ม.ค.-มี.ค.) แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศ

    3. ฤดูร้อนและฝน (เม.ย.-ก.ย.) ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้น สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายใต้ฝุ่น ราวเดือน มิ.ย.-ส.ค.นกรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ8 สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน จะถูกปิดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันการเดินเรือ โดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราว จนกว่าจะปลอดภัย

    หน่วยเงินตรา

         มาเก๊ามีสกุลเงิน ที่เรียกว่า “ปาตากาส์” หรือ MOP$ มีหน่วยสตางค์เรียกว่า อาโวส (Avos) สกุลเงินปาตากาส์ มีค่าผูกพันกับสกุลดอลล่าร์ฮ่องกง โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 103.20 MOP$ = 100 HK$ เงินดอลล่าร์ฮ่องกง เป็นที่ใช้กันแพร่หลายในมาเก๊า โดยมักจะใช้แลกเปลี่ยนในอัตรา 1 ต่อ 1 คือ หากมูลค่าสินค้าเท่ากับ 5 MOP$ ก็สามารถชำระเป็น 5 HK$ ก็ได้




    แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ





    วัดอาม่า ( A-Ma Temple )

           วัดอาม่า คือวัดที่เก่าแก่ที่สุดและเก็บรักษาศิลปะวัตถุเก่าแก่ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลไว้มากมาย เป็นอาคารสถาปัตยกรรมที่คงอยู่มาได้ยาวนานที่สุดของมาเก๊า ในบริเวณวัดมีศาลาซุ้มประตู หอเมตตาธรรม ศาลเจ้าแม่กวนอิม และศาลพระพุทธ เปิดให้เข้าชม 07.00-18.00 น.






    สำนักแห่งความเมตตา ( Holy House of Mercy )
      
           เป็นโรงพยาบาลตามแบบตะวันตกแห่งแรกในประเทศจีน เป็นสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานเด็กกำพร้า ตึกที่เห็นในปัจจุบันออกแบบตามสไตล์นีโอคลาสสิคซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1905 ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชม 10.00-13.00น. 14.00-17.30 น. ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ






    โบสถ์เซนต์ ดอมินิค ( St.Dominic's Church )

             เป็นโบสถ์ที่ได้ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ A Abelha da China เป็นภาษาโปรตุเกสแห่งแรกในจีน ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ.1822 ส่วนหอระฆังด้านหลังอาคารได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนามากถึง 300 ชิ้น เปิดให้เข้าชม 10.00-18.00 น







    ตึก ลีอัล เซนาโด (Leal Senado Building)

          เป็นที่รวบรวมหนังสือโบราณ รวมทั้งเอกสารสำคัญจากต่างประเทศตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึงทศวรรษ 1950 โดยเฉพาะเอกสารที่บันทึกบทบาทของโปรตุเกสในทวีปแอฟริกาและกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก ห้องสมุดยังมีสำเนาของ "อา อาเบล่า ดะ ชีนา" ( A Abelha da China ) ภาษาโปรตุเกส ฉบับแรกในประเทศจีนด้วย เปิดให้เข้าชม 09.00-21.00 น. ปิดวันจันทร์

    แหล่งท่องเที่ยว ในประเทศ บรูไน


    ข้อมูลทั่วไป

    ชื่อทางการ เนการาบรูไนดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam แปลว่า ดินแดนแห่งความสงบสุข)

    ที่ตั้ง ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว

    พื้นที่ 5,765 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ร้อยละ 70 เป็นป่าไม้เขตร้อน

    ภูมิอากาศ อากาศโดยทั่วไปค่อนข้างร้อนชื้น มีปริมาณฝนตกค่อนข้างมาก
    และมีอุณหภูมิอบอุ่น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส

    เวลา 8 ชม.ก่อน GMT (เร็วเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง)

    รูปแบบการปกครอง สมบูรณาญาสิทธิราช โดยมี สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี
    ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์
    (His Majesty Paduka Seri Baginda Sultan Haji Hassanal
    Bolkiah Mu’izzaddin Waddaulah) ทรงเป็นองค์พระประมุขของ
    ประเทศตั้งแต่ 5 ตุลาคม 2510

    หัวหน้ารัฐบาล สมเด็จพระราชาธิบดีทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    รัฐมนตรีต่างประเทศ เจ้าชายโมฮาเหม็ด โบลเกียห์ (H.R.H. Prince Mohamed Bolkiah)
    พระอนุชาในสมเด็จพระราชาธิบดี

    วันชาติ 23 กุมภาพันธ์

    ธงชาติ พื้นสีเหลือง มีแถบขาวและดำพาดขวางจากมุมบนด้านซ้าย ตลอดถึงมุมล่างด้านขวา
    มีเครื่องหมายประจำชาติสีแดงอยู่ตรงกลาง มีธงประจำชาติอยู่บนยอดเสาที่มีปีก 2 ข้าง
    ซึ่งตั้งอยู่เหนือพระจันทร์เสี้ยวที่หงายขึ้น และอยู่บนป้ายที่เขียนว่า Brunei Darussalam
    ซึ่งหมายความว่า ดินแดนแห่งความสงบสุข

    เมืองหลวง บันดาร์เสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan)

    ภาษา ภาษามาเลย์ (Malay หรือ Bahasa Melayu)เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาจีน

    ศาสนา ศาสนาประจำชาติคือ ศาสนาอิสลาม แต่ก็มีการนับถือศาสนาอื่น ได้แก่ ศาสนาคริสต์ ศาสนาพุทธ และฮินดู

    เขตการปกครอง แบ่งเป็นสี่เขตคือ เขต Brunei-Muara เขต Belait เขต Temburong และเขต Tutong

    ประชากร 350,898 คน (2545) ประกอบด้วย มาเลย์ (67%) จีน (15%) และอื่น ๆ (18%) มีอัตราการเพิ่มของประชากรปีละ 2.06 %


    แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ






    กัมปงไอเยอร์ 

         หมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมศิลปะการสร้างบ้านเรือนนับพันบริเวณปากแม่น้ำบรูไน และการคมนาคมอันแปลกตา พร้อมรับประทานของว่าง อันเป็นขนมท้องถิ่นและน้ำชา ชาวยุโรปในยุคแรกที่เข้ามาที่บรูไน เรียกขานหมู่บ้านกลางน้ำนี้ว่า เวนิซแห่งตะวันออก มีบ้านแบบพื้นเมืองปลูกสร้างไว้มากมาย หมู่บ้านกลางน้ำนี้ก็มีสาธารณูปโภคครบครัน ทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย สถานีตำรวจ ร้านค้า และอีกจิปาถะที่ทำให้กำปงไอเยอร์มีเสน่ห์และน่าพิศมัยต่อสายตาของผู้ที่มาพบเห็น









    พระราชวังหลังคาทองคำ

          อิสตาน่า นูรูล อิมาน ซึ่งเป็นที่ประทับขององค์สุลต่านและพระราชวงศ์ อีกทั้งยังเป็นทำเนียบรัฐบาลด้วย มีห้องต่างๆ ถึง 1,788 ห้อง สร้างอยู่บนพื้นที่ 300 เอเคอร์ โรงรถมีที่จอดรถกว่า 350 คัน